วิธีเช็ค รถกระบะรับจ้าง รถบรรทุกก่อนขับส่งของ

วิธีเช็ค รถกระบะรับจ้าง รถบรรทุกก่อนขับส่งของ ข้อควรรู้ก่อนวิ่งรถบรรทุก รักสิบล้อ ต้องรอสิบโมง เพราะหลัง 10.00 น. พี่สิบล้อถึงจะวิ่งได้ และหยุดวิ่งอีกครั้งตอน 15.00 น. แล้วเจอกันอีกทีตอน 3 ทุ่ม ทำให้คนขับรถบรรทุกส่วนใหญ่ต้องวิ่งรถตอนกลางคืน แวะนอนตามจุดพักรถได้ในช่วงเช้า และ ช่วงเย็น ส่วนใหญ่แล้วพี่ ๆ ที่มีอาชีพขับรถบรรทุก จะมีไลฟ์สไตล์อีกรูปแบบหนึ่ง ใช้ชีวิตอยู่กับรถ และไม่สามารถเดินทางคนเดียวได้ เพราะของที่บรรทุกเพื่อไปจัดส่งให้ลูกค้านั้นมีมูลค่าสูง และมักมีมิจฉาชีพคอยดักขโมยของอยู่ตามทางที่วิ่ง จึงจำเป็นต้องมีคนนั่งไปด้วย เพื่อป้องกันทรัพย์สินเสียหาย

สิ่งที่มักต้องใช้บริการรถบรรทุกเพื่อขนส่ง ก็คือ น้ำมัน, สารเคมี, อาหารแห้ง, สินค้าอุปโภคบริโภค, กระดาษ เรียกได้ว่าข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่าง มักนิยมใช้รถบรรทุกขนส่งทั้งหมด ยกเว้นพวกหิน อิฐ ทราย จะมีขนส่งกันในระยะสั้น ๆ หากมีการก่อสร้างในทางไกลมักนิยมขนส่งทางเรือกันมากกว่า

อาชีพคนขับรถบรรทุกนั้น หากขับเป็นประจำในเส้นทางไกล ๆ ก็มีรายได้สูง เพราะต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงหลายอย่าง ต้องมีทักษะในการขับ และหาที่จอด รวมถึงป้องกันอันตรายที่เป็นความเสี่ยงระหว่างขับขี่ด้วย และยังมีข้อจำกัดที่คนขับรถบรรทุกต้องทราบ

น้ำหนักของรถบรรทุก ที่สามารถขนบรรทุกของได้

ข้อจำกัดที่คนขับรถบรรทุกต้องทราบ
6 ล้อน้ำหนักไม่เกิน 15 ตัน และ 10 ล้อ น้ำหนักไม่เกิน 25 ตัน
รถบรรทุกมีการจำกัดน้ำหนักในการวิ่งทางราบ และบนทางด่วน ตามประกาศกำหนดพิกัดน้ำหนักรถบรรทุกที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2557 ได้กำหนดน้ำหนักของรถบรรทุกรวมน้ำหนักรถไว้ว่า รถหกล้อต้องไม่เกิน 15 ตัน และรถสิบล้อ ต้องไม่เกิน 25 ตัน ทั้งนี้ระหว่างทางจะมีจุดชั่งน้ำหนักรถให้บริการอยู่ ส่วนใหญ่แล้วหากรถน้ำหนักเกิน ทางบริษัทเจ้าของสินค้าจะส่งรถอีกคันมาถ่ายสิ่งของเพื่อลดน้ำหนัก แต่ส่วนใหญ่แล้วพี่คนขับจะทราบกันดี และไม่ค่อยบรรทุกเกินกันอยู่แล้ว
หากบรรทุกฝ่าฝืนน้ำหนักเกิน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (อ้างอิงจาก สำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ)

ผ้าใบคลุมรถแน่นหนา

ตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปหากระหว่างทางมีฝนตก หรือมรสุมเข้า จะทำให้ข้าวของที่บรรทุกมาเสียหาย หลายครั้งที่ได้ยินข่าวว่าของหล่นลงมาจากรถบรรทุก แล้วไปตกใส่รถคันหลังทำให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นตามกฎหมายก็มีกำหนดระยะยื่นจากท้ายรถและความสูงเอาไว้ การคลุมผ้าใบนั้นต้องใช้ผ้าใบสีทึบ เพื่อไม่ให้ส่งแสงสะท้อนสู่ผู้ขับขี่ร่วมทาง รวมถึงการบรรทุกของอื่น ๆ ที่ต้องยึดติดกับตัวรถให้มีความแข็งแรงพอที่จะป้องกันไม่ให้สิ่งของรั่วไหล ตกหล่น ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นได้

ระยะยื่น ของรถบรรทุกต่างจากรถกระบะ ตรงที่ห้ามยื่นเกินด้านหน้า และด้านข้างเลยแม้แต่น้อย แต่ด้านหลังยื่นจากตัวรถได้ไม่เกิน 2.5 เมตร และต้องติดธงสีแดงไว้ตอนปลายสุด หากวิ่งรถตอนกลางคืนต้นติดตั้งสัญญาณไฟสีแดงไว้ด้วย หากไม่ติด มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

หากรถบรรทุกฝ่าฝืนไม่คลุมผ้าใบทำให้มีของตกหล่น จะมีโทษปรับตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.ศ 2522 มาตรา 32 (3) ว่าตัวเจ้าของบริษัทผู้ประกอบการมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท และนายทะเบียนอาจพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนคนขับมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท (อ้างอิงจาก กรมการขนส่งทางบก) และหากเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น ผู้ประกอบการต้องชดใช้ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อีกด้วย

GPS ต้องเปิดตลอดเวลา

กฎหมายใหม่ที่เริ่มบังคับใช้อย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไปเกี่ยวกับการติดตั้ง GPS Tracker ของรถบรรทุก คือรถใหญ่อย่างรถเมล์หรือรถทัวร์ (รถโดยสารสาธารณะ) และรถบรรทุกลากจูงขนาดใหญ่ ต้องส่งสัญญาณติดตามให้แก่กรมขนส่งได้ติดตามรถได้ตลอดเวลา เพื่อจะได้ทราบความเร็วขณะขับขี่ และพิกัดของตัวรถส่งให้กรมขนส่งติดตามได้ หากไม่ติดตั้งเครื่องนี้ หรือไม่ดูแลรักษาสภาพเครื่องให้ส่งสัญญาณ GPS ได้ตามปกติ ตัวผู้ขับขี่เองมีโทษ ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่งตามกำกระทรวง (ข้อ 5(2(ง))) มีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท

น้ำมันรถเพียงพอกับระยะทาง

เช็คของบนรถ และตรวจสอบความแน่นหนาปลอดภัยได้แล้ว ก็อย่าลืมเช็คว่าน้ำมันรถเพียงพอต่อการวิ่งหรือเปล่า ส่วนใหญ่แล้ว พี่คนขับรถจะกะปริมาณน้ำมันไว้แล้วว่าจะสิ้นสุดที่ระยะจังหวัดใด เพราะการเข้าจอดเทียบเพื่อเติมน้ำมันรอบใหม่แต่ละครั้งนั้นกินเวลา และต้องต่อคิวนาน รวมถึงปั๊มสำหรับเติมน้ำมันรถบรรทุกนี้ไม่ได้สะดวกทุกที่ จะต้องเข้าจอดในปั๊มเฉพาะรถบรรทุกอันมีพื้นที่เพียงพอให้เลี้ยวเข้าจอดและหักเลี้ยวกลับรถได้ถนัดกว่าด้วย

ช่วงเวลาอนุญาต – ห้ามวิ่ง รถบรรทุก

นอกจากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ระยะเวลาวิ่งรถก็เป็นเรื่องสำคัญมากที่คนขับรถบรรทุกต้องรู้ ด้วยเขตพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานครนั้นมีข้อกำหนดไม่ให้รถบรรทุกวิ่งเข้ามาในช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะมีจำนวนรถเก๋ง และรถประจำทางวิ่งอยู่มาก อาจเกิดปัญหารถติด และอุบัติเหตุ เพราะเคยมีเหตุรถบรรทุกวัตถุไวไฟระเบิดในขณะที่รถคันอื่นติดไฟแดงกันอยู่เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ดังนั้นจึงมีข้อกำหนดช่วงเวลาการวิ่งรถไว้ ดังนี้

ระยะเวลาเดินรถบรรทุกในเขตกรุงเทพ และ ปริมณฑล

ระยะเวลาเดินรถบรรทุกในเขตกรุงเทพ
บนถนนปกติ
ลักษณะรถ เวลาห้ามวิ่ง ช่วงเช้า เวลาห้ามวิ่ง ช่วงเย็น หมายเหตุเพิ่มเติม
รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป 06.00-09.00 น. 16.00-20.00 น. เว้นวันหยุดราชการ
รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป 06.00-10.00 น. 15.00-21.00 น. เว้นวันหยุดราชการ
รถบรรทุกซุง / เสาเข็ม 06.00-21.00 น. เฉพาะในเขตกรุงเทพ
รถบรรทุกวัตถุไวไฟ 06.00-22.00 น. เฉพาะในเขตกรุงเทพ

ระยะเวลาห้ามวิ่งรถบรรทุกบนทางด่วน

คนขับรถบรรทุกควรเตรียมค่าโดยสารให้เพียงพอกับการผ่านด่านทางด่วนแต่ละด่าน ส่วนใหญ่จะมีช่องทางพิเศษสำหรับรถบรรทุกและรถพ่วงโดยเฉพาะ และเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นรถของผู้ประกอบการ ก็ต้องใช้เวลารอขอใบเสร็จกันนิดหน่อย ไม่เหมือนรถเก๋ง รถกระบะทั่วไป ที่วิ่งผ่านด่านได้โดยไม่ต้องรับใบเสร็จก็ได้